ครีมบำรุงผิวหน้า ที่ทําให้หน้าใส เด้ง
ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
ไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีหน้าใส
ขาว กระจ่าง ไร้สิว แน่นอนว่า
กว่าที่จะได้เป็นเจ้าของผิวหน้าที่มีสุขภาพที่ดีขนาดนั้น การปล่อยผิวหน้าให้เป็นไปตามยะถากรรมนั้น
ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ เนื่องจากในปัจจุบันเอง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม
มลภาวะต่างๆ เอง ก็ล้วนแล้วแต่จ้องทำร้าย ทำลายผิวของคุณให้เสื่อมสลายมากขึ้น
ดังนั้น การ ทําหน้าใส จึงจำเป็นจะต้องทำอย่างจริงจังตั้งใจกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
สำหรับพื้นฐานที่สำคัญในการ ทําหน้าใส ก็คือ การเลือ “ครีมบำรุงผิวหน้า” ที่มีความเหมาะสมกับสุขภาพผิวของตัวเอง
และมีคุณสมบัติในการช่วยดูแลสภาพผิว ทําหน้าใส ให้ดีมากยิ่งขึ้น
ถ้าหากใครยังคิดไม่ออกว่า ควรเลือกครีมบำรุงผิวหน้าอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเองนั้น
ผม “แว่นคุง” ขอแนะนำให้อ่านบทความชิ้นนี้จนจบ
แล้วรับรองว่าคุณ จะสามารถเห็นทางสว่างที่ปลายอุโมงค์ ในการบำรุงผิว ทําหน้าใส ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เลยทีเดียว
ครีมบำรุงผิวที่ดีที่ควรเลือกใช้ ควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
1.ช่วยทำความสะอาดผิวหน้า(Cleanse)
ขั้นตอนแรกคือการล้างหรือทำความสะอาดผิวหน้า เพราะสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางค์ต่างๆที่สะสมมาตลอดวันจะทำร้ายผิวหน้าเราได้ระหว่างกานนอนหลับ ทั้งนี้ ควรทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยนด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ละเอียดอ่อน ไม่ทำร้ายผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นสบู่ล้างหน้า โฟมล้างหน้า รีมูฟเวอร์ หรือโทนเนอร์
สำหรับผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดใบหน้ามาแล้วในตอนเย็น ก่อนนอนก็ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง เพื่อจัดการสิ่งสกปรกที่ยังสะสมอยู่ให้สะอาดหมดจดอีกครั้ง และยังเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอีกด้วย
2.ผลัดเซลล์ผิว (Exfoliate)
การผลัดเซลล์ผิวก็คือกระบวนการใดๆที่ทำให้ผิวชั้นขี้ไคลบางลงนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการขัดถู หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยขั้นตอนนี้อาจเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นหูกันสักเท่าไรนัก เพราะเรามักละเลยและมองข้ามไป แต่ ไม่ใช่ว่าทุกคนควรทำการผลัดเซลล์ผิว เนื่องจากผิวชั้นขี้ไคลมีวงจร มีอายุ 28 วัน หากเป็นเด็ก คนหนุ่มสาว หรือวัยรุ่นที่มีสุขภาพผิวดี มีวงจรการผลัดเซลล์ที่เป็นปกติอาจไม่เห็นประโยชน์จากการผลัดเซลล์ผิวเลยก็เป็นได้
แต่หากอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน สีผิวไม่สม่ำเสมอ ร่องรอยหลุมต่างๆ หรือแม้แต่เรื่องขนาดรูขุมขนกว้าง การผลัดเซลล์ผิว (ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม) จะช่วยดูแลปัญหาเหล่านั้นได้ โดยแนะนำให้ใช้เกลือขัดผิว น้ำตาลขัดผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ผสมสครับ และขัดถูอย่างอย่างเบามือ
3.การบำบัดผิว (Treatment)
หลังจากสองขั้นตอนแรก สิ่งที่ควรทำต่อไปคือการบำบัดผิวนั่นเอง เพราะเป็นขั้นตอนการปรับสภาพผิวที่เน้นกระตุ้นสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อใบหน้าเนียนนุ่มขึ้น และจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับผิวบนใบหน้าได้ เช่น ปัญหาสิวต่างๆ ริ้วรอยแห่งวัย รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าหมองคล้ำ เป็นต้น
การผลัดเซลล์ผิวก็คือกระบวนการใดๆที่ทำให้ผิวชั้นขี้ไคลบางลงนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการขัดถู หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยขั้นตอนนี้อาจเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นหูกันสักเท่าไรนัก เพราะเรามักละเลยและมองข้ามไป แต่ ไม่ใช่ว่าทุกคนควรทำการผลัดเซลล์ผิว เนื่องจากผิวชั้นขี้ไคลมีวงจร มีอายุ 28 วัน หากเป็นเด็ก คนหนุ่มสาว หรือวัยรุ่นที่มีสุขภาพผิวดี มีวงจรการผลัดเซลล์ที่เป็นปกติอาจไม่เห็นประโยชน์จากการผลัดเซลล์ผิวเลยก็เป็นได้
แต่หากอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน สีผิวไม่สม่ำเสมอ ร่องรอยหลุมต่างๆ หรือแม้แต่เรื่องขนาดรูขุมขนกว้าง การผลัดเซลล์ผิว (ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม) จะช่วยดูแลปัญหาเหล่านั้นได้ โดยแนะนำให้ใช้เกลือขัดผิว น้ำตาลขัดผิว หรือผลิตภัณฑ์ที่ผสมสครับ และขัดถูอย่างอย่างเบามือ
3.การบำบัดผิว (Treatment)
หลังจากสองขั้นตอนแรก สิ่งที่ควรทำต่อไปคือการบำบัดผิวนั่นเอง เพราะเป็นขั้นตอนการปรับสภาพผิวที่เน้นกระตุ้นสร้างเซลล์ผิวใหม่เพื่อใบหน้าเนียนนุ่มขึ้น และจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับผิวบนใบหน้าได้ เช่น ปัญหาสิวต่างๆ ริ้วรอยแห่งวัย รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าหมองคล้ำ เป็นต้น
4.เพิ่มความชุ่มชื่น(Moisturize)
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า Moisturize คือการทำให้ผิวมัน จริงๆแล้วมันคือการเพิ่มความชุ่มชื่นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการดูแลผิวหน้า เพราะหากปล่อยให้ผิวแห้งในเวลากลางคืนอาจทำให้ปัญหาผิวต่างๆเข้ามารุมเล้าได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Moisturize มาใช้บำรุงผิวก่อนเข้านอนทุกคืน เปรียบเสมือนการเสริมเกราะป้องกันให้ผิวหน้านั่นเอง
นอกเหนือจากการบำรุงผิว ทําหน้าใส ด้วยการเลือกครีมบำรุงผิวที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น ถ้าหากต้องการ ทําหน้าใส อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ควรที่จะทำการเสริมแร่ธาตุ วิตามินต่างๆ ที่ผิวต้องการนำไปใช้ในการบำรุงผิวพรรณ อาทิเช่น วิตามินซี เป็นต้น เป็นประจำทุกวัน
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า Moisturize คือการทำให้ผิวมัน จริงๆแล้วมันคือการเพิ่มความชุ่มชื่นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการดูแลผิวหน้า เพราะหากปล่อยให้ผิวแห้งในเวลากลางคืนอาจทำให้ปัญหาผิวต่างๆเข้ามารุมเล้าได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Moisturize มาใช้บำรุงผิวก่อนเข้านอนทุกคืน เปรียบเสมือนการเสริมเกราะป้องกันให้ผิวหน้านั่นเอง
นอกเหนือจากการบำรุงผิว ทําหน้าใส ด้วยการเลือกครีมบำรุงผิวที่ได้แนะนำไปแล้วในตอนต้น ถ้าหากต้องการ ทําหน้าใส อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ควรที่จะทำการเสริมแร่ธาตุ วิตามินต่างๆ ที่ผิวต้องการนำไปใช้ในการบำรุงผิวพรรณ อาทิเช่น วิตามินซี เป็นต้น เป็นประจำทุกวัน
สำหรับใครที่อยากเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย
ควบคู่ไปกับการบำรุงความงามของผิวพรรณ ด้วยการรับประทานวิตามิน เป็นประจำ
แต่มองว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะไปหาซื้ออาหาร ผัก และผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี
เนื่องจากความเร่งรีบของสภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ
ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีเข้ามาช่วยทดแทน
ซึ่งหากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินซี ดีๆสักชิ้นอยู่นั้น
เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ Bio C ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซีธรรมชาติสกัดจาก ผัก ผลไม้ ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง
1500 mg. เพียงพอต่อความต้องการในการเสริมสร้างร่างกาย บำรุงผิวพรรณ
และเสริมภูมิคุ้มกัน อย่างพอเหมาะในหนึงวัน


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น